เตือนกางเต็นท์นอนป่าระวังยุง-ไรกัด ห้ามนำเตาถ่าน-แก๊สปิกนิกเข้าเต็นท์


UploadImage

สธ.เตือนนักแคมปิ้ง กางเต็นท์นอนป่า ช่วงอากาศหนาวเย็น ระวังยุง-ไรอ่อนกัด แนะขอให้ใช้เต็นท์อย่างปลอดภัย ไม่นำเตาถ่านหรือเตาแก๊สปิกนิก เข้าไปผิงภายในเต็นท์ เนื่องจากจะทำให้ขาดอากาศหายใจในขณะหลับและเสียชีวิตได้ เนื่องจากการเผาไหม้จะมีการเผาผลาญออกซิเจนในอากาศภายในเต็นท์ แล้วเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ทดแทน
 
นพ.ณรงค์  สหเมธาพัฒน์  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเตือนว่า การเดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นในภาคเหนือ และอีสาน และอาจจัดค้างแรมในป่าแบบแคมปิ้งกางเต็นท์ ขอให้ใช้เต็นท์อย่างปลอดภัย ไม่นำเตาถ่านหรือเตาแก๊สปิกนิก เข้าไปผิงภายในเต็นท์ เนื่องจากจะทำให้ขาดอากาศหายใจในขณะหลับและเสียชีวิตได้ เนื่องจากการเผาไหม้จะมีการเผาผลาญออกซิเจนในอากาศภายในเต็นท์ แล้วเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ทดแทน วิธีการผิงไฟที่ถูกต้องนั้น ควรนำเตาถ่านหรือก่อกองไฟบริเวณที่โล่ง อากาศปลอดโปร่ง ตรงบริเวณหน้าเต็นท์ ระยะห่างพอสมควร หากไปกันหลายคน ควรนำเต็นท์มากางล้อมเป็นวงกลม โดยก่อกองไฟไว้ตรงกลาง จะทำให้เกิดความอบอุ่นได้ดีกว่า
 
นอกจากนี้ ต้องระวังอีก 2 โรคที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงที่ตั้งแคมป์ในป่า คือโรคสครัปไทฟัส (Scrub typhus) หรือโรคไข้รากสาดใหญ่ และโรคมาลาเรีย ซึ่งมีตัวแพร่เชื้ออยู่ในป่าเขา และพบเชื้อได้ตลอดปี  จึงขอให้เตรียมเครื่องป้องกันไปด้วย
 
นพ.โสภณ  เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคสครับไทฟัส พบได้ทุกฤดู เกิดจากตัวไรอ่อนที่มีเชื้อโรคกัด ตัวไรอ่อนจะอาศัยตามพุ่มไม้ในป่าที่มีอากาศชื้น แสงแดดส่องไม่ถึง เมื่อกัดคนจะปล่อยเชื้อเข้าสู่คนทำให้ป่วย ตัวไรอ่อนมักจะเข้าไปกัดอวัยวะที่อยู่ในร่มผ้า เช่น ขาหนีบ เอว ใต้ราวนม รักแร้ หลังถูกกัดประมาณ 10-12 วัน จะมีอาการป่วยคือ  มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะบริเวณขมับ และหน้าผากอย่างรุนแรง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว ปวดกระบอกตา ไอแห้ง ๆ ผู้ป่วยร้อยละ 30-40 จะพบแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้ (Escher) ตรงบริเวณที่ถูกกัด ลักษณะสีแดงคล้ำเป็นรอยบุ๋ม ไม่คัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้  ผู้ป่วยประมาณร้อยละ 20 อาจมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ อาจเสียชีวิตได้ ในช่วง 3 เดือน ฤดูหนาวปี 2556นี้ ตั้งแต่ตุลาคม –ธันวาคม มีผู้ป่วย 2,464 ราย พบในภาคเหนือมากที่สุด เสียชีวิต 1 ราย
 
จึงขอแนะนำให้เก็บกวาดพื้นที่ให้โล่งเตียนก่อนกางเต็นท์หรือตั้งแคมป์ หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า บริเวณพุ่มไม้ ควรสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และทาโลชั่นกันยุง หรือใช้สมุนไพรทากันยุง สามารถป้องกันไรอ่อนกัดได้ หลังออกจากป่าให้อาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย และซักเสื้อผ้าที่สวมใส่ให้สะอาด ด้วยผงซักฟอกเข้มข้น เพราะอาจมีตัวไรติดมากับร่างกายหรือเสื้อผ้าได้
 
สำหรับโรคมาลาเรีย หรือไข้ป่า หรือไข้จับสั่น  เกิดจากยุงก้นปล่องที่มีเชื้อโรคที่อาศัยอยู่ในป่ากัด พบผู้ป่วยตลอดปี ในช่วง 3 เดือนปีนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคม พบผู้ป่วย 2,675 ราย  หลังถูกยุงกัดประมาณ 14 วัน จะมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ บางรายมีอาการหนาวสั่น หากรักษาไม่ทันท่วงทีอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เชื้อขึ้นสมอง หมดสติ เม็ดเลือดแดงแตก ไตวาย เสียชีวิตได้ ในการป้องกันไม่ควรออกนอกบ้านในเวลาที่ยุงออกหากิน โดยเฉพาะในช่วงหัวค่ำและใกล้สว่าง ควรอยู่ในที่สว่างโดยก่อกองไฟไว้ สวมใส่เสื้อผ้าให้คลุมร่างกายโดยเฉพาะแขนและขา ใช้ยาทากันยุงหรือจุดยากันยุงและนอนในมุ้งที่มีสภาพดี ไม่ขาด และทายากันยุงกัด ทั้งนี้หลังจากออกจากป่าแล้วภายใน 15 วัน หากมีอาการป่วย คือไข้สูง ปวดศีรษะขอให้พบแพทย์และแจ้งประวัติการเข้าป่าให้แพทย์ทราบด้วย  เพื่อสามารถให้การรักษาอย่างถูกต้อง ป้องกันการเสียชีวิตไ

จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด 3,910 คน เขียนข่าวโดย : ศักดิ์รพี วดีศิริศักดิ์ เมื่อวันที่ : 27 ธันวาคม 56 เวลา 15:27:00 น.

สามารถแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นค่ะ
สมัครสมาชิก / Login เข้าสู่ระบบ
คำค้นหา
7 วิชาสามัญ ,อาเซียน admission 55 , clearing house , gat pat 55 , กสพท ,asean การศึกษากับ ASEAN , การศึกษาไทย ประชาคมอาเซียน ข่าวการศึกษา , ค่าย , เคลียรริ่งเฮาส์ ประวัติอาเซียน โควต้า มช , จุฬา , ทุนการศึกษา , เพชรยอดมงกุฎ , แพทย์ , ม.ขอนแก่น , ม.ทักษิณ , ม.เทคโนโลยีสุรนารี , ม.ธรรมศาสตร์ , ม.นเรศวร , ม.พะเยา , ม.แม่ฟ้าหลวง 55 , ม.รังสิต 55 , ม.ศิลปากร , ม.อุบล , มข ,โรงเรียน , มช , มมส 55 , มศว , มหาวิทยาลัยนเรศวร , มอ , แม่ฟ้าหลวง , รับตรง , รับตรง เกษตรศาสตร์ 55 , รับตรง มช , รับตรงศิลปากร , ราชมงคลธัญบุรีรับตรง55 ,AEC เรียนต่อ , เลื่อนเปิดเทอม , เลื่อนรับตรง , วันพ่อแห่งชาติ , เว็บไซต์โรงเรียน , สทศ , สทศ 7 วิชา , สวนสุนันทา 55 , สอท , ความคิดสร้างสรรค์ , สอบตรง 55 , อ.วิริยะ , แอดมิชชั่น , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ