ศูนย์ข่าวการศึกษาไทย

  
Thu, 02 Apr 2009 23:11:00

2โจ๋เปิดใจ ก่อนสัมผัสบีบีซี

2โจ๋เปิดใจ ก่อนสัมผัสบีบีซี
2โจ๋เปิดใจ ก่อนสัมผัสบีบีซี

2โจ๋เปิดใจ ก่อนสัมผัสบีบีซี

"จากคำนิยามที่เรียนมา เราต้องเป็น เก็ต คีปเปอร์, วอตช์ ด็อก หรือเป็นอะไรก็ตาม แล้วแต่นิยามของแต่ละคน

แต่ความเป็นนักข่าวของกิ๊ฟท์ ยึดความเป็นนักข่าวในทฤษฎีเพื่อพัฒนาสังคม ที่คำนึงถึงผลทางสังคมที่จะตามมาจากการเสนอข่าว"

ทัศนะต่ออาชีพนักข่าวของ กิ๊ฟท์ น.ส.ทศพร ว่องไวกลยุทธ์ อายุ 22 ปี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกเล่าให้ฟังในงานประกาศผล โครงการ "ทรูวิชั่น-บีบีซี เวิลด์นิวส์ ฟิวส์เจอร์ เจอร์นัลลิสต์ อะวอร์ด 2008-2009" จัดโดยทรูวิชั่นส์ ร่วมกับสำนักข่าว บีบีซี เวิลด์ นิวส์ และสถาบันนักวิชาการสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (สสมท.) ที่โรงแรมแกรนด์เมอร์เคียว ฟอร์จูน

งานนี้มีนิสิตนักศึกษาที่รักในอาชีพสื่อมวลชน รวม 406 คน จาก 19 สถาบันทั่วประเทศ เข้าสมัคร

ผลการแข่งขัน รางวัลนักข่าวแห่งอนาคตดีเลิศ นายพีรภัทร บุษปะเวศ หรือ พลับ อายุ 21 ปี ชั้นปีที่ 3 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และน.ส.ทศพร ว่องไวกลยุทธ์ หรือ กิ๊ฟท์ อายุ 22 ปี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ทั้งสองจะบินลัดฟ้าไปฝึกปฏิบัติงานด้านกระบวนการผลิตข่าวและเรียนรู้งานภาค สนาม ที่สำนักข่าวบีบีซี เวิลด์นิวส์ ประเทศอังกฤษ นาน 3 สัปดาห์ ในเดือนมิ.ย.นี้

สำหรับรางวัลนักข่าวแห่งอนาคตดีเด่น 2 รางวัล ได้แก่ นิสิตรั้วจามจุรี คณะนิเทศศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ นายมานากรณ์ เมฆประยูรทอง หรือแม็ค และน.ส.พิสชา เหมวชิรวรากร หรือพิซซา ทั้งคู่จะได้ฝึกงานที่สถานีโทรทัศน์ TNN 24 เป็นเวลา 1 เดือน

พลับ พีรภัทร บุษปะเวศ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ เดอะโดม กล่าวว่ากว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ต้องเตรียมความพร้อม ทั้งทฤษฏี การเขียนข่าววิทยุและโทรทัศน์ รวมทั้งต้องติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา

พลับเคยมีประสบการณ์ในการทำสารคดีกับนักข่าว "นิวยอร์ก ไทม์ส" เรื่องปัญหาของคนเพศที่สามและคนชาวเขา รวมถึงร่วมงานสารคดีข่าวกับนักข่าวเอพี เกี่ยวกับปัญหาพระสงฆ์และศาสนา และเคยสัมภาษณ์พิเศษ ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์, เอกราช เก่งทุกทาง และปีเตอร์ รีด

พลับมองว่าสื่อมีบทบาททางสังคมมาก ชักจูงคนได้รวดเร็วและแพร่หลายมาก แต่ต้องดูด้วยว่าน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน เพราะบางข่าวที่นำเสนอออกไปอาจไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม จึงอยากทำข่าวและอยากใช้ประสบการณ์ที่ได้รับจากบีบีซี และที่เรียนมาพัฒนาสื่อบ้านเราให้มีมาตรฐานดีกว่านี้

การเดินทางครั้งนี้ พลับเห็นว่าจะทำให้มีโอกาสมองไปได้ไกลขึ้นเรื่อยๆ เปิดโลกตัวเอง เหมือนใบเบิกทางให้เราไปต่อทั้งการเรียนและการทำงานด้านสื่อมวลชน

"หลักสำคัญในอาชีพนี้ต้องซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ เป็นสื่อกลางที่นำเสนอข้อมูลที่เป็นกลาง ไม่เอนเอียง มีข้อมูลที่ชัดเจน รู้จักแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า นั่นคือมีสติตลอดเวลา รู้ว่าจะเขียนอะไร พูดอะไรและทำอะไร"

มา ที่สาวนิเทศน์ กิฟท์ ทศพร ว่องไวกลยุทธ์ ที่เคยเข้าสมัครโครงการนี้เมื่อปีที่แล้ว แม้จะพลาดไป แต่ 1 ปีที่ผ่านมาเธอมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองและคว้าความสำเร็จในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นนักกิจกรรมตัวยงของคณะแล้ว ยังเดินหน้าฝึกงานที่ เดลี่ เอ็กซ์เพรซ เพื่อสร้างความมั่นใจและฝึกฝนทักษะการเขียนข่าวให้เข้าใจง่าย เข้าใจประเด็นข่าวยิ่งขึ้น ทั้งคอยติดตามข่าวสารอยู่เสมอ

"เพราะโอกาสเป็นของคนที่พร้อมเสมอ" กิฟท์กล่าวพร้อมย้ำว่า ทุกอย่างที่ได้มาไม่ใช่ความบังเอิญ

หลังลงสมัครแข่งขันอีกครั้งในปีนี้ และติด 1 ใน 30 คนที่เข้าอบรมเรียนรู้การผลิตข่าวจากนักข่าวมืออาชีพในทุกด้าน เธอก็ทำการบ้านอย่างหนัก และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น พร้อมศึกษา เตรียมข้อมูลเรื่องนั้นๆ มาเป็นอย่างดีและทำอย่างต่อเนื่อง

กิฟท์แนะว่า "โครงการนี้เขาไม่ต้องการคนที่เก่งภาษาอังกฤษ แต่ขอให้อยู่ในระดับที่สื่อสารได้ อย่างตอนที่สัมภาษณ์บางคำพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ก็พูดภาษาไทยไป แต่สิ่งที่สำคัญจะเน้นเรื่องงานข่าว ไหวพริบว่าดีแค่ไหน รวมถึงมุมมองเรื่องข่าว"

ก่อนจะบินลัดฟ้าไปสู่สนามข่าวอินเตอร์ กิฟท์เผยถึงการเตรียมตัวว่า "ต้องอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษเยอะๆ อย่างน้อยถ้าเรารู้คำศัพท์ที่จะใช้เชื่อมประโยค และอาศัยรอยยิ้มเข้าไว้ แม้ภาษาอังกฤษเราจะไม่ดี แต่เราตั้งใจ มุ่งมั่นที่จะทำ เชื่อว่าเขาน่าจะเห็นความพยายามของเรา"

และเมื่อถึงวันที่ได้เป็นนักข่าวตัวจริง กิฟท์บอกว่า จะยึดความเป็นนักข่าวในทฤษฎีเพื่อพัฒนาสังคม ไม่ใช่เสรีทุนนิยม ถ้าได้ทำข่าวในต่างประเทศ จะเลือกทำเรื่องเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย เพราะคิดว่าหน้าที่ของนักข่าวอย่างหนึ่งไม่ใช่แค่การนำเสนอ ผลที่ตามมาจะดีจะร้ายอย่างไรไม่สนคงไม่ใช่ ถ้าสามารถช่วยประเทศไทยได้ เราก็เหมือนเป็นกลไกหนึ่งที่จะทำให้ประเทศเราดีขึ้นได้"

เหตุที่สนใจงานข่าวหนังสือพิมพ์ กิ๊ฟท์บอกว่า "การทำข่าวหนังสือพิมพ์มีเวลากลั่นกรองข้อมูล มีเวลาตรวจสอบมากกว่าวิทยุหรือโทรทัศน์ และในปัจจุบันสื่อโทรทัศน์ก็ไม่ได้อิสระ ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล อีกทั้งสื่อโทรทัศน์คนไม่ได้สนใจตลอดเวลา ต่างจากคนอ่านหนังสือพิมพ์เขาจะตั้งใจอ่าน และถือเป็นสื่อพื้นฐานที่คนต้องการ แม้ว่ากำลังจะหดตัวหรืออาจจะตาย แต่อย่างไรคนก็ต้องการข่าว

อาจารย์บอกเสมอว่า สิ่งที่อยากให้เรียนรู้ไม่ใช่การเขียนข่าว แต่เป็นการทำข่าวแบบหนังสือพิมพ์ แบบเจาะลึก

"และให้อะไรกับคนอ่าน มากกว่าแค่การรายงานข่าว"


 

ข่าวทุนการศึกษา>
ข่าวศึกษาต่อ>
ข่าวกิจกรรม>
ข่าวสมัครงาน>
คอลัมน์พิเศษ>

บริษัท ไอ เอดดูเคชั่น โซน จำกัด 1895/60 ซอยพหลโยธิน 37/1 ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 I EDUCATION ZONE CO., LTD. 1895/60 Phahonyothin 37/1 Ladyao. Jatujak. Bangkok 10900 Thailand Tel / Fax : 0-2561-5455-7 Email : enn@eduzones.com power by : www.eduzones.com