ความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นคุณสมบัติที่สำคัญสุดในการศึกษา
"ความสามารถในการเรียนรู้ ด้วยตนเอง เป็นคุณสมบัติที่สำคัญสุดในการศึกษา - นี่คือการพัฒนาผู้เรียนไปสู่จุดที่จะทำให้เข้าใช้ศักยภาพของเขาได้สูงสุด"
อาจารย์ นิธิ เอียวศรีวงศ์ เขียนอธิบายไว้ในบทความเรื่อง สังคมอุดมศึกษา (มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 27 กุมภาพันธ์-5 มีนาคม 2552 หน้า 33) แล้วสรุปตอนท้ายบทความว่า มหา วิทยาลัยไทยควรหันกลับไปสู่การวางเป้าหมายเรียนปริญญาตรีเพื่อให้เรียนเอง โดยแนะนำให้มหาวิทยาลัยไทย "สร้างสังคมไทยให้เป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ" ดังนี้
"มหาวิทยาลัยที่ต้องเร่งสร้างขึ้นก็คือ สร้างสังคมไทยให้เป็นมหาวิทยาลัย ผมหมายความว่าทำให้การเรียนรู้ด้วยตนเองเกิดขึ้น ได้อย่างง่ายดายและสะดวก ทั้งสังคม
ผู้เรียนตั้งโจทย์เอง เรียนเอง จนกว่าจะได้คำตอบที่ตนพอใจ มี สื่อที่ให้ความรู้และความคิดที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้ มี ห้องสมุด ดีๆ กระจายไปทั่วประเทศ และเชื่อมโยงเข้าหากันจนกระทั่งสามารถเข้าถึงทรัพยากรของห้องสมุดได้เท่า เทียมกัน มี พิพิธภัณฑ์ หรือ มิวเซียม ที่ให้ความรู้ด้านต่างๆ อยู่มากมายในทุกท้องถิ่น
เรียนรู้ด้วยตนเองจากชาวบ้าน ชาวเมือง เรื่องความยุติธรรมในสังคมไทย เป็นหนังสือรวมบทความและปาฐกถาของ รศ.ดร.ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ นักมานุษยวิทยา อดีตผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น (RDI) ผู้บุกเบิกงานวิจัยเชิงคุณภาพเพื่ออธิบายและวิเคราะห์ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ภายใต้บริบทของระบบความยุติธรรมที่ซับซ้อนและอ่อนไหวของสังคมไทย
หนังสือเล่มนี้รวบรวมบทความ 11 ชิ้น ในรอบ 10 ปี ของ ม.ร.ว.อคิน ซึ่งเกือบทุกบทความได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับ "ความยุติธรรม" และมุ่งประเด็นไปถึงการทำความเข้าใจชาวบ้าน ชาวเมือง ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคมที่ยังตกเป็นเบี้ยล่างของชนชั้นนำและระบบราชการ
เป็นหนังสือที่คนไทยควรอ่าน เพื่อเรียนรู้ด้วยตนเองโดยสร้างความเข้าใจต่อ "ชาวบ้าน ชาวเมือง" และสนใจศึกษาและร่วมกันสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมไทย
หาซื้อได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ศูนย์หนังสือธรรมศาสตร์ และศูนย์หนังสือสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อโดยตรงที่ ธนะจักร เย็นบำรุง สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร.0-4320-2413 หรือ 08-1872-2521 โทรสาร 0-4320-2414 e-mail : thayen@kku.ac.th (ธนะจักร เย็นบำรุง หรือจิระพร เกื้อกิ้ม)
มี สมาคมวิชาการและวิชาชีพ ที่มีกิจกรรมให้ความรู้ทั้งแก่สมาชิกและแก่สาธารณชนอยู่จำนวนมาก
มีการ ปาฐกถาสาธารณะ ในเรื่องต่างๆ ที่เปิดให้ผู้คนเข้าฟังหรือเข้าร่วมได้มากมาย
ผลผลิตของมหาวิทยาลัยที่สามารถเรียนเองเป็น จึงไม่ตายด้านเพราะออกจากมหาวิทยาลัยในระบบก็เข้าสู่ มหาวิทยาลัยนอกระบบ ในขณะที่ผู้คนทั่วไปก็ใช้ชีวิตในการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นปกติอยู่แล้ว
แม้แต่เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ผู้คนก็มีปัญญาที่จะเอาตัวรอด รวมทั้งมีปัญญาที่จะกำกับควบคุมรัฐบาลในการใช้ทรัพยากรส่วนรวมอย่างมี ประสิทธิภาพอีกด้วย
สรุปก็คือ มหาวิทยาลัยสอนให้น้อยๆ แต่เรียนให้มากๆ ดีกว่าครับ"
"มหาวิทยาลัยนอกระบบ" ที่ยกมานี้ เคยมีผู้เริ่มนานมาแล้วในนาม "มหาวิทยาลัยชาวบ้าน" ขณะนี้ยังทำงานมีกิจกรรมต่อเนื่องแต่เป็นกลุ่มเล็กๆ ใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ท่าพระจันทร์
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ก็ยังทำงาน แต่เป็นงานตาม "ระบบราชการ" ถึงจะมีข้อด้อยมาก แต่ก็มีส่วนกระตุ้นการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ไม่น้อย
"การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ" ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิ การ ขะมักเขม้นให้เป็นจริงเป็นจัง ควรตั้งหลักโดยอ่านข้อแนะนำของอาจารย์นิธิอย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วควรมีเสวนาเรื่องนี้เป็นภายใน กศน.กับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อปรับปรุงวิธีการทำมหาวิทยาลัยนอกระบบให้มีประสิทธิภาพ
ห้องสมุด โดยเฉพาะห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" ที่ กศน.ดูแล ถ้าตั้งอยู่ในเขต เทศบาล ควรเชื้อเชิญและเรียกร้องให้เทศบาลมาร่วมผลักดันให้ "การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ" แล้วพัฒนาให้ห้องสมุดเป็น "มหาวิทยาลัยนอกระบบ" หรือ "มหาวิทยาลัยชาวบ้าน" ประจำท้องถิ่นนั้นๆ ไปเลย
เฉพาะที่ ห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ควรทำเป็นแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเองเรื่อง ลาวพวน เพราะที่นั่นมี ต้นโพธิ์ ในวัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ เป็นศูนย์กลาง จุดบั้งไฟ เดือน 6 ของหมู่ลาวพวน (ที่ถูกกวาดต้อนมาในแผ่นดินรัชกาลที่ 3) มีแห่งเดียวในภาคตะวันออก
ถ้าทำได้จริงจะเป็นแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเองให้ลาวพวนทั่วประเทศได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน