ไปเรียนฟรีที่ ญี่ปุ่น
บินไปเรียนฟรีที่ญี่ปุ่น
Japan Aviation Academy
นักเรียนไทยรุ่นแรกจำนวน 29 คน ที่ผ่านการคัดเลือกจาก J’Learning และโรงเรียนการบินญี่ปุ่น (Japan Aviation Academy หรือ JAA) เดินทางไปถึงยามานาชิ (Yamanashi) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคุณ
ณัฐพงศ์ ไชยวานิชย์ผล ผู้จัดการโรงเรียนภาษาญี่ปุ่น เจ เลิร์นนิ่ง (J’Learning) ร่วมเดินทางไปพร้อมกัน และยังเก็บภาพบรรยากาศที่โรงเรียนมาฝากด้วย
น้อง ๆ ทั้ง 29 คน (หญิง 16 คน ชาย 13 คน) เป็นนักเรียนม.4 จากกรุงเทพฯ และอีกหลายจังหวัด เช่น นครศรีธรรมราช เชียงราย หนองบัวลำภู และที่น่าประทับใจที่สุดคือ เป็นนักเรียนทุน JAA รุ่น 1 ปี 2008
กว่าจะได้บินไปเรียนมัธยมปลายที่ญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ต้องสอบทั้งวิชาภาษาญี่ปุ่น คณิตศาสตร์ ความถนัดทางการเรียน เรียงความ และสอบสัมภาษณ์ ข้อสอบเป็นแบบตัวเลือกทุกวิชา ยกเว้นภาษาญี่ปุ่น
เรียกว่าต้องเตรียมตัวกันเป็นเดือน ๆ กว่าจะลุ้นผลสอบ และขอวีซ่า เพื่อไปเรียนในช่วงเปิดภาคเรียนพร้อมกับนักเรียนที่ JAA
ใครที่ยังไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น ไม่ต้องห่วง ขอแค่มีความตั้งใจที่จะไปเรียน กริ๊งกร๊างไปสอบถามข้อมูลการสมัครสอบชิงทุนกับพี่ ๆ ที่ J’Learning ได้ โดยมีรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้
คุณสมบัติผู้สมัคร
-นักเรียนชายหรือหญิง
-กำลังเรียนอยู่ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือ ปีที่ 4
-เกิดก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2537 (อายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ก่อนเข้าเรียนในปี 2552)
-สนใจในภาษาญี่ปุ่น หรือประเทศญี่ปุ่น
-พร้อมที่จะเป็นตัวแทนของประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทยกับนักเรียนชาวญี่ปุ่น
-สุขภาพแข็งแรง
รายละเอียดของทุน
-เป็นทุนจากโรงเรียนการบินญี่ปุ่น โดยได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ ประเทศไทย โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศไทย โรงเรียนการบินญี่ปุ่น โรงเรียนภาษาญี่ปุ่น เจ เลิร์นนิ่ง และสมาคมมิตรภาพนครศรีธรรมราช-ญี่ปุ่น
-เป็นทุนการศึกษาเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนการบินญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่น
-ทุนส่วนที่มอบให้แก่นักเรียนคือ ค่าสมัครเรียน ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายจิปาถะ และค่าเครื่องแบบ
-ครอบครัวของนักเรียนต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าที่พัก และค่าอาหาร 3 มื้อ
-มอบให้แก่นักเรียนที่สามารถสอบผ่านข้อสอบวัดความรู้ของโรงเรียนการบินญี่ปุ่นเท่านั้น
การอบรมภาษาญี่ปุ่นเพื่อรับสิทธิ์สอบชิงทุน
-นักเรียนที่ต้องการรับสิทธิ์เพื่อสอบชิงทุนการศึกษาต้องเข้ารับการอบรมภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนภาษาญี่ปุ่น เจ เลิร์นนิ่ง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นระยะเวลา 100 ชั่วโมง
-จำนวนนักเรียนที่รับเข้าอบรมสูงสุดคือ 100 คน และจำนวนผู้ที่สามารถรับทุนได้จะไม่ต่ำกว่า 25 คน โดยโรงเรียนการบินญี่ปุ่นจะพิจารณาตามความเหมาะสม
-การสอบชิงทุนมีทั้งหมด 5 หมวดวิชา คือ ภาษาญี่ปุ่น คณิตศาสตร์ ความถนัดทางการเรียน เรียงความ และสอบสัมภาษณ์ โดยสอบในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน
จุดเด่นของโรงเรียนการบินญี่ปุ่น Japan Aviation Academy (JAA) เป็นโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ รับนักเรียนในระบบประจำ เปิดสอนในระดับประถมศึกษาไปจนถึงระดับอาชีวะ และมหาวิทยาลัย โดยมีวิทยาเขตดังนี้
-Japan Aviation Second High School (WAJIMA Campus, Ishikawa)
-Japan Aviation High School (YAMANASHI Campus, Yamanashi)
-Japan Aviation Junior High School (YAMANASHI Campus, Yamanashi)
“Take Off” for the future ได้ยินแค่ประโยคนี้ก็คงพอจะเป็นภาพการศึกษาของ JAA ว่ามีความแข็งแกร่งขนาดไหน
ระบบการศึกษาในระดับมัธยมปลายแบ่งเป็นสายวิชาชีพที่มุ่งเน้นการบิน (Aviation Mechanics Department) และสายสามัญ (General Education Department)
ถ้าเรียน Aviation Mechanics Department สามารถเลือกวิชาเอก In-flight and Airport Service หรือ Airport Grand Handling Service เมื่อจบมัธยมปลายก็เรียนต่อที่ Japan Aviation
College วิทยาเขต Wajima หรือ Yamanashi จากนั้นจึงเข้าทำงานในธุรกิจอุตสาหกรรมการบิน
การเรียนในสายสามัญเน้นทางด้านวิทยาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปะ การกีฬา หรือมุ่งไปที่ English course เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นมากกว่าปรกติ จาก 10 เป็น 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เรียนจบม.6 อาจเลือกเรียนต่อได้ทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและอาชีวศึกษา ส่วนนักเรียนไทยเมื่อสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมปลายแล้วจะตัดสินใจเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่น หรือกลับมาเรียนเมืองไทยก็ได้
กรณีของนักเรียนต่างชาติ ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 จะเน้นไปที่การเรียนภาษาญี่ปุ่น แต่ถ้ามีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นดี อาจเรียนวิชาอื่นแทรกเข้าไปด้วย เมื่อขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 6 จึงเรียนร่วมกับนักเรียนญี่ปุ่นด้วยภาษาญี่ปุ่น
มาเยือนญี่ปุ่นแล้ว
คุณณัฐพงศ์ อาสาเล่าแทนน้อง ๆ ที่ออกเดินทางจากประเทศไทยไปตั้งแต่เที่ยงคืนของวันใหม่ พฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา เครื่องจอดลงที่สนามบินนาริตะ นั่งรถบัสต่อไปที่โตเกียวหนึ่งชั่วโมง และจากโตเกียวมุ่งหน้าไปยามานาชิ 2-3 ชั่วโมง
ถึงแล้ว! แคมปัสที่พวกเราต้องใช้ชีวิตกินนอนที่นี่อีก 3 ปี
เสียงกลองญี่ปุ่นจากรุ่นพี่ต้อนรับคณะนักเรียนไทยรุ่นน้อง อารมณ์ของคนที่เพิ่งจากบ้านมาครั้งแรกพากันตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก
รุ่นพี่ที่เป็นนักเรียนต่างชาติมีทั้งจีนและมองโกล จะคอยดูแลชีวิตในหอพัก Yuhi-Dormitory ซึ่งแบ่งห้องพักชาย-หญิงคนละชั้น
เป็นเรื่องบังเอิญว่า ที่ Japan Aviation High School มีลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นหนึ่งคนเรียนอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว “พูดภาษาไทยได้บ้างนิดหน่อย” ไม่อย่างนั้นนักเรียนไทยกลุ่มนี้ก็จะกลายเป็นคนไทยชุดแรกที่ไปเรียน
“บรรยากาศรอบ ๆ โรงเรียนเป็นทุ่งนา ภูเขา เหมาะสำหรับคนชอบธรรมชาติ อากาศดีมาก ๆ ถ้าไปอยู่ในเมืองอาจลำบากเพราะต้องใช้เงินเยอะ แต่ถ้าจะเข้าตัวเมือง นั่งรถไปประมาณสิบกว่านาที”
มีสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงเรียน เช่น ปั๊มน้ำมัน ห้องอินเทอร์เน็ต ห้องอาบน้ำที่มีแร่หินลาวาจากภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งในเขตอาบน้ำยังออกแบบกำแพงนิรภัยที่สามารถวิ่งชนได้กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน มีสนามฟุตบอล สนามเทนนิส สนามวอลเลย์บอล ร้านสะดวกซื้อ Texas store ขายทุกอย่างแม้กระทั่งอุปกรณ์กีฬา เรื่องการกีฬาต้องยกนิ้วให้กับ JAA เนื่องจากมุ่งมั่นปั้นนักกีฬาระดับโปร และส่งแข่งระดับประเทศ ขนาดที่ว่ามีแคมปัสย่อยบนเขา ใช้เป็นสถานที่เก็บตัวนักกีฬา และเนื่องจากเป็นโรงเรียนการบิน พื้นที่ของโรงเรียนจึงกว้างมาก รวมทั้งมีลานรันเวย์สำหรับการฝึกขับเครื่องบิน
อาหารการกินทุกมื้อดูแลโดยนักโภชนากร คำนวณแคลอรี่เพื่อสุขภาพของนักเรียน คุณณัฐพงศ์ยังแอบประทับใจระบบการเก็บและคัดแยกภาชนะหลังรับประทานอาหารเสร็จในแต่ละมื้อ เช่น บีบกล่องนมก่อนทิ้ง ล้างเศษอาหารออกจากจานก่อนส่งต่อแม่บ้าน หรือแยกวางตะเกียบ แก้วน้ำ สิ่งเหล่านี้ช่วยฝึกระเบียบปลูกฝังให้กับนักเรียนไทย
“วันแรก น้อง ๆ ยังตั้งตัวไม่ถูก ไม่รู้จะตื่นเต้น หรือรู้สึกอะไรดี แต่พอเห็นโรงเรียนกว้าง ทุกคนว้าว! พอไปอาบน้ำรวม เจอเด็กญี่ปุ่นแก้ผ้าอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อก็ไม่ไหวแล้ว ต้องกึ่งบังคับถอดเสื้อผ้าให้หมด เป็นอะไรใหม่สำหรับพวกเขา สิ่งที่เด็กจะได้แน่ ๆ คือภาษา นอกจากนี้ประสบการณ์ชีวิต คุ้มแน่ ๆ ต้องอยู่กับกฎระเบียบ ช่วยตัวเอง หล่อหลอมให้มีระเบียบเรียบร้อย อีกอย่างคือใจสู้ การไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่เล็กไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าไม่สู้จริง มัวแต่ร้องไห้ ไม่ได้อะไร”
กิจวัตรประจำวันจันทร์ถึงศุกร์ ตื่นนอน 7 โมงครึ่ง เข้าแถวเช็กจำนวนคน ล้างหน้า กินข้าว ไปเรียน กินข้าวเที่ยง กลับมาอาบน้ำหรือเข้าชมรม ทานข้าวเย็น อาบน้ำ หรือติวหนังสือ และเช็กจำนวนก่อนนอน ช่วงเวลานี้จะมีเวลาเล่นอินเทอร์เน็ตได้ก่อนที่จะราตรีสวัสดิ์ปิดไฟนอน เสาร์ อาทิตย์ ซ้อมกิจกรรมในชมรมหรือไปเที่ยวในเมือง แต่ต้องกลับหอก่อนสองทุ่ม ชมรมที่น้อง ๆ ส่วนใหญ่เลือกกันเน้นแนวสันทนาการ เช่น ศิลปะ รำดาบญี่ปุ่น กลองญี่ปุ่น
JAA มีนักเรียนทุนจากหลายชาติ เช่น จีน เกาหลี มองโกล ส่วนทุนนักกีฬา อาทิ บราซิล รัสเซีย ใครไปเรียนที่นี่ถ้าเปิดใจกว้าง เชื่อว่าจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่มากกว่าแดนปลาดิบ
การสอบชิงทุนรุ่นที่ 2 ประจำปี 2009 ยังเปิดรับสมัครอยู่ รีบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ J’Learning ชั้น 4 อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส 50 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) โทร.0-2665-9966
www.jlearning.ac.th E-mail : info@jlearning.ac.th
ที่มา : การศึกษาวันนี้