สพฐ.เตรียมความพร้อมครู-สถานที่

โรงเรียน สพฐ.ขยายจัดอนุบาล 3 ปี
รองรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เร่งโรงเรียน สพฐ.เตรียมความพร้อมครู-สถานที่


UploadImage

 
          เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2560 นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ. โดยซักซ้อมความเข้าใจนโยบายของตนที่ได้แถลงไว้ เช่น

- การแก้ไขปัญหาโรงเรียนที่ประสบปัญหาวิกฤตทางการศึกษา หรือ โรงเรียนไอซียู
- การดำเนินงานของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ซึ่งต้องขับเคลื่อนการศึกษาสู่พื้นที่จริงๆ
- การให้ภาคเอกชนมามีส่วนร่วมจัดการศึกษามากขึ้น
- การสอนคุณธรรม จริยธรรม ให้เด็กเกลียดการโกง ซึ่งต้องมีกิจกรรให้เห็นเป็นรูปธรรม ไม่ใช่พูดกันแค่นามธรรม
- การเตรียมการยกระดับผลคะแนนโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ พิซ่า ของเด็กไทยให้สูงขึ้น การแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา

             ตลอดจนการเตรียมการแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ออกจาก ศธ.ตั้งเป็น กระทรวงการอุดมศึกษา ซึ่งเมื่อหมดรัฐบาลชุดนี้ กระทรวงการอุดมศึกษาควรจะต้องเกิด

           นอกจากนี้ ยังได้เตรียมการปรับเพิ่มการจัดการเรียนการสอนระดับอนุบาล ในสถานศึกษาของรัฐ จากที่จัดอนุบาล 2 ปี เพิ่มเป็น 3 ปี เพื่อรองรับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำลังจะประกาศใช้  ซึ่งในรัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ตนได้หารือร่วมกับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย แล้วว่า ศธ.จะรับผิดชอบเรื่องการจัดการศึกษาระดับอนุบาล รองรับเด็กจากศูนย์เด็กเข้าเรียนด้วย เนื่องจากขณะนี้การจัดการศึกษาระดับอนุบาลยังมีความลักลั่นกันอยู่

            โดยโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดอนุบาล 2 ปี ส่วนโรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จัดอนุบาล 3 ปี และ สถานศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สังกัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) จัดอนุบาล 3 ปี ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความลักลั่น สถานศึกษาสังกัด ศธ.จะจัดอนุบาล 3 ปีเหมือนกันทั้งหมด โดยมอบให้ สพฐ.ไปดูความพร้อมของครูและอาคารสถานที่

           "นโยบายการสอนภาษาอังกฤษ ต้องสานต่อที่ทำอยู่และเพิ่มเรื่องภาษาอังกฤษเด็กอาชีวศึกษา ซึ่งเด็กอาชีวะไม่จำเป็นต้องรู้ภาษาอังกฤษแบบทั่วไป แต่ต้องรู้ภาษาอังกฤษในวิชาชีพ โดยเด็กอาชีวะที่กำลังจะจบปีการศึกษา 2559 ทุกคน ที่ต้องเข้าอบรมคอร์สพิเศษ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดทำแอปพลิเคชันรวบรวมคำศัพท์เฉพาะทางช่างเพื่อออกไปทำงานได้เลย ซึ่งมีทั้งหมด 9 สาขาวิชา คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนจะแล้วเสร็จ และผมได้กำชับให้มีการประเมินผลเด็กที่ผ่านการอบรมด้วย”

             นอกจากนี้ ตนได้แจ้งคำสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ ศธ.สร้างกระแสเรื่องความปลอดภัยในการใช้ถนนจากเด็กๆ สู่พ่อแม่ ผู้ปกครอง จนเป็นนิสัยให้รักษาระเบียบวินัย และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ตลอดจนขอให้ข้าราชการระดับสูงลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในขณะนี้

 
ขอขอบคุณข้อมูลข่าวสารการศึกษาดีๆ จาก เดลินิวส์
______________________________________________
สามารถติดตามข่าวแวดวงการศึกษาได้ที่
blog : ENN ศูนย์ข่าวการศึกษาไทย
โดย : พี่นุ๊ก eduzones
P'nook eduzones :)

Comments