เตือนวัยรุ่นนิยมความขาว ระวังขาลาย แพ้ ผิวบาง เกิดจ้ำเลือด แตกงา

UploadImage

ก.สาธารณสุข เตือนวัยรุ่นนิยมความขาว ระวังขาลาย หลังพบที่ จ.เพชรบุรี มีวัยรุ่นใช้ครีมแล้วเกิดอาการแพ้ ผิวหนังบาง เกิดจ้ำเลือดง่าย ผิวลายแตกงา เพราะอาจมีสารต้องห้ามในครีมโลชั่นทาผิว พบมากในครีมกระปุกผสมเอง แบ่งขาย และบนฉลากภาษาจีน ที่วางขายตลาดนัด ร้านเสริมสวยและทางอินเทอร์เน็ต
 
ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ขณะนี้พบว่าวัยรุ่น นักศึกษาไทย มีค่านิยมอยากมีผิวขาวใส หรือที่เรียกว่าผิวมีออร่า จนทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ทำให้ผิวขาวได้รับความนิยมอย่างมาก และมีการโฆษณาชวนเชื่อและจำหน่ายทางอินเทอร์เน็ตหรือบอกปากต่อปากในกลุ่มเพื่อนและคนใกล้ชิด ทำให้อยากลองใช้ แม้ตัวเองจะมีผิวคล้ำมาตั้งแต่กำเนิดก็ตามซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะได้รับผลข้างเคียงจากเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน จากการสำรวจท้องตลาดขณะนี้จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม เช่น ครีมกระปุก หรือครีมที่ขายเป็นกิโลกรัมและแบ่งขายเป็นกระปุกหรือเป็นขวดที่ไม่มีฉลาก
      
ภก.ประพนธ์กล่าวต่อว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้รับรายงานที่ จ.เพชรบุรี มีกลุ่มวัยรุ่นอายุ16-18 ปี มีอาการแพ้ ผิวหนังมีผื่นคัน และแตกเป็นลายที่บริเวณขา เกิดจากการใช้เครื่องสำอาง โดยนักเรียนให้ข้อมูลว่าส่วนใหญ่ซื้อครีมจากร้านค้าแผงลอยในตลาดนัด รองลงมาคือร้านจำหน่ายเครื่องสำอางที่น่าเชื่อถือ ร้านเสริมสวย ร้านชำทั่วไป สั่งซื้อจากอินเทอร์เน็ตและซื้อจากเพื่อนและญาติ โดยกลุ่มวัยรุ่นใช้ครีมดังกล่าวทาผิววันละ 2-3 ครั้งนาน 6 เดือนถึง 2 ปีจนเกิดอาการที่กล่าวมาข้างต้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรีจึงร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 สมุทรสงคราม เก็บตัวอย่างครีมทาผิวต่างๆ ที่วางจำหน่ายในท้องตลาด เพื่อตรวจวิเคราะห์หาสารอันตรายต้องห้าม เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง โดยผู้จำหน่ายเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายจะมีโทษปรับตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 
ทั้งนี้ ในการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยของเครื่องสำอางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 7 ว่าด้วยการกำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ปรับปรุงจากประกาศฉบับเดิมให้มีความทันสมัยตามข้อเสนอของคณะกรรมการควบคุมเครื่องสำอาง และเพื่อการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่ง รมว.สธ.ได้ลงนามแล้วตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.2556 และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2556 จะมีผลบังคับใช้หลังจากครบ 180 วัน นับตั้งแต่วันที่ลงในราชกิจจานุเบกษา คือตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.2557 เป็นต้นไป
ที่มา-สำนักข่าวไทย

Comments