กระทรวงวิทย์ ประกาศผล10 ข่าวดัง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปี 2556

UploadImage

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ประกาศผลการจัดอันดับ 10 ข่าวดังวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2556 เพื่อส่งเสริมความเข้าใจข่าวสารทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประชาชนทั่วไป
 
     ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวถึง การจัดอันดับ 10 ข่าวดังวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2556 ว่าเป็นกิจกรรมที่ สวทช./วท. จัดขึ้นมากกว่า 20 ปี เพื่อสร้างกระแสความนิยมและส่งเสริมความเข้าใจข่าวสารทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสังคมไทย โดยในปีนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยได้รวบรวมข่าวสารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งในและต่างประเทศที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2555 – 15 พฤศจิกายน 2556 
 
     ผลการสำรวจในปีนี้ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้ตัวและส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนเหตุการณ์ที่เป็นกระแสความสนใจของสังคมในวงกว้าง ทั้งนี้ แม้ว่าหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข่าววิทยาศาสตร์ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัวยากที่จะจับต้องได้ หากแต่ในบางแง่มุมของข่าวที่วิทยาศาสตร์ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือสามารถอธิยายปรากฏการณ์ต่างๆ ด้วยหลักการและเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ก็จะอยู่ในความสนใจของประชาชนได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าการค้นพบ “อนุภาคฮิกส์” โดยนักวิจัยฟิสิกส์ได้รับรางวัลโนเบล ซึ่งถือเป็นกานค้นพบที่สำคัญที่สุดในวงการวิทยาศาสตร์ระดับโลกไม่ได้รับรับการโหวตติดอันดับ 1 ใน 10 เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัว เข้าใจยาก และยังคงไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของตน
 
ผลการสำรวจ 10 ข่าวดังวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำปี 2556 ได้แก่
 
1.    น้ำมันรั่วและเทคโนโลยีการกำจัดคราบน้ำมันที่จังหวัด ระยอง
จากเหตุการณ์การรั่วไหลของน้ำมันดิบกลางทะเลใน จ.ระยอง ส่งผลให้น้ำทะเลและชายหาดถูกปกคลุมด้วยคราบน้ำมันเป็นบริเวณกว้าง กระทรวงวิทย์ฯ ได้นำเทคโนโลยีภาพจากดาวเทียมและข้อมูลกระแสน้ำจากสถานีเรดาร์ชายฝั่งตรวจวัดคลื่นและกระแสน้ำ เพื่อติดตามและคาดการณ์การเคลื่อนที่ของคราบน้ำมัน รวมถึงการเฝ้าติดตามข่าวการใช้เทคโนโลยีกำจัดคราบน้ำมันเพื่อฟื้นฟูทะเลและชายหาด
 
2.    App. จีนแต่งรูปสุดฮิต ใครไม่อัพตกเทรนด์
Mo Man Xiang Ji แอปแต่งภาพการ์ตูนล้อเลียนสัญชาติจีนโด่งดังทั่วโซเชียลของคนไทย จนทำให้ App. นี้ ขึ้นแท่นติด Top Chart ในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยภาพวาดลายเส้นที่อ่อนช้อย และมีลวดลายให้เลือกหลายแบบและสามารถตกแต่งภาพถ่ายให้เป็นภาพการ์ตูนที่ดูเนียนจนเสมือนหนึ่งเป็นภาพวาดลายพู่กัน จนนักท่องโลกออนไลน์อดไม่ได้ที่จะต้องดาวน์โหลดมาใช้งานและโชว์ภาพบนทามไลน์ของตนเอง
 
3.    ข้าว สารรมข้าว และผลการตรวจสอบ
กระแสข่าวข้าวที่ปนเปื้อนสารเมทิลโบร์ไมด์ และฟอสฟีน หรือทั่วไปเรียกว่าการรมยานั้น ได้สร้างความวิตกกังวลต่อคนไทยเป็นอย่างมาก ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาทำการตรวจสอบข้าว กระบวนการผลิตและสุ่มตัวอย่างข้าวที่ออกจำหน่ายให้กับผู้บริโภค พร้อมได้มีการออกมายืนยันว่าการรมควันมีความจำเป็นและเป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล
 
4.    ระทึกอุกาบาตตกที่รัสเซีย
เหตุอุกาบาตรในรัสเซียเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 9.20 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 นักวิทบยาสาสตร์พบว่าอุกาบาตรดังกล่าวเป็นอุกาบาตหินที่ประกอบไปด้วยแร่ Chondrite และมีเหล็กผสมอยู่เล็กน้อยเพียง 10% ก่อนจะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกมีมวลประมาณหนึ่งหมื่นตัน (เทียบเท่ารถยนต์เกือบแปดพันคัน) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่สุดที่ประมาณการไว้คือ 17 เมตร พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วราว 310 กิโลเมตรต่อวินาที ความร้อนจากการเสียดสีอย่างรุนแรงกับอากาศทำให้อากาศขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว และระเบิดกลายเป็นควันที่ปรากฏยาวถึง 20 กิโลเมตร
 
5.    การประมูลทีวีดิจิทัล
มิติใหม่ของทีวีในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะมีทีวีดิจิทัลให้ผู้ชมได้เลือกชมถึง 48 ช่อง จากเดิทที่มีฟรีทีวีเพียง 6 ช่องเท่านั้น สร้างความคึกคักให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่เตรียมรอรับชมทีวีดิจิทัล แต่ด้วยเหตุของระบบโครงข่ายที่ยังขาดความพร้อมทำให้กำหนดราคาไม่ได้ เงื่อนไขการประมูลอาจไม่เป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการรายเล็ก และความไม่ชัดเจนในการแจกคูปองให้ประชาชนทุกครัวเรือน ประมาณ 22 ล้านครัวเรือน เพื่อนำไปเป็นส่วนลดทีวีดิจิทัลหรือกล่องแปลงสัญญาณ จึงเป็นเหตุให้การประมูลทีวีดิจิทัลต้องเลื่อนออกไปจากเดิม
 
6.    อาวุธเคมีซีเรีย ปลิดชีพ 1,300 ศพ 
การใช้อาวุธเคมีสังหารชาวซีเรียในเขตกูตา ใกล้กรุงดามัสกัส เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2556 ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีไม่ต่ำกว่า 1,300 ศพ และบาดเจ็บจำนวนมาก ล่าสุดคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC โดยสมาชิกทั้ง 15 ชาติ เห็นพ้องงในการประชุมที่มหานครนิวยอร์ค ของสหรัฐฯ ในร่างเอกสารให้ประณามเหตึการณ์ดังกล่าวพร้อมกับออกคำสั่งเด็ดขาดให้รัฐบาลซีเรียทำลายอาวุธเคมีที่ครอบครองอยู่ทั้งหมดภายในกลางปี 2557
 
7.    สั่งจำคุก 7 ปี นักธุรกิจอังกฤษหลอกขายจีที 200 
ศาลประเทศอังกฤษ ตัดสินจำคุกนายแกรี่ โบลตัน เจ้าของบริษัทโกลบอล เทคนิคัล เป็นเวลา 7 ปี ในข้อหาฉ้อโกงด้วยการหลอกขายเครื่องตรวจจับระเบิด จีที 200 ให้แก่ลูกค้านานาชาติ รวมถึงไทยในราคาเครื่องละกว่า 10,000 ปอนด์ หรือประมาณ 5 แสนบาท ทั้งที่จริงมีราคา 5 ปอนด์ 250 บาทเท่านั้น
 
8.    นวัตกรรมมูลค่าสูงจากข้าวและยางของไทย
กระทรวงวิทย์ฯ ชูนวัตกรรมปลายน้ำเพิ่มมูลค่าน้ำยางพารา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรไทยที่กำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำ ด้วยการคิดค้นนวัตกรรม อาทิ “ล้อตัน” ประหยัดพลังงานนวัตกรรมข้าว ตั้งแต่ระบบการผลิตข้าว ที่มีวิธีหลากหลายในการจำกัดมอด อาทิ ใช้คลื่นวิทยุรมไนโตรเจนแทนสารเคมีเพื่อไม่ให้มีสารตกค้าง การแปรรูป เช่น น้ำมันรำข้าวออริซานอลสูง น้ำสลัดไร้ไขมัน เครื่องดื่มให้พลังงานจากข้าวหอมนิล รวมถึงการผลิตเป็นเครื่องสำอางอย่างแป้งพัฟจากแป้งข้าวเจ้า แป้งฝุ่นจากแป้งข้าวเจ้า หรือแม้กระทั่งครีมเคลือบเงาสำหรับอุปกรณ์ในรถยนต์ การสร้างนวัตกรรมข้าวโดยเฉพาะการแปรรูปเป็นเครื่องสำอางนั้นสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมหาศาล ทั้งนี้ กระทรวงวิทย์ฯ ยังได้ริเริ่มจัดตั้ง “ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมข้าวไทย” (Rice Innovation Center of Excellence : RICE) ด้วย
 
9.    มศว.เปิดเครื่องรักษามะเร็งมูลค่า 60 ล้านบาทใช้คลื่นความร้อนยิงผ่านผิวหนัง ไร้แผล ไม่ต้องผ่าตัด
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมกับบริษัท เอสคูแลป คลินิก(เอเชีย) จำกัด ร่วมวิจัยพัฒนาและให้บริการ “เครื่องมือรักษาเนื้องอกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง” (High-Intensity Focused Ultrasound : HIFU) ซึ่งเครื่องนี้ได้ทำการติดตั้งที่ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อ.องครักษ์ จ.นครนายก เป็นเครื่องแรกของประเทศโดยการทำงานของเครื่องมีหลักการคล้ายกับการใช้แว่นขยายรวมแสงอาทิตย์ให้ตกอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน (focus) ทำให้ความเข้มข้นของแสงสูง จนเกิดเป็นความร้อน ซึ่งแพทย์จะยิงคลื่นความร้อนนี้ผ่านผิวหนังไปยังเซลล์เนื้องอกหรือเซลล์มะเร็งโดย ไม่ทำลายผิวหนังหรือเนื้อเยื่ออื่นๆ เลย
 
10.     ล้างพิษตับ เทรนด์สุขภาพใหม่ – จริงหรือลวง
ตับ (Liver) เป็นอวัยวะที่สำคัญ ทำหน้าที่หลายอย่างให้กับร่างกาย ทั้งในระบบย่อยอาหารและกำจัดพิษในร่างกายจึงเกิดกระแสการดูแลใส่ใจเรื่องสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในขณะนี้ คือ การเข้าคอร์สล้างพิษตับ ด้วยโปรแกรมหรือหลักสูตรที่มีให้เลือกมากมาย อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่มีการค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจังถึงผลเสียของการล้างพิษตับแต่อย่างใด
 
ภาพประกอบจากhttp://www.matichon.co.th/

จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด 3,359 คน เขียนข่าวโดย : ศักดิ์รพี วดีศิริศักดิ์ เมื่อวันที่ : 27 ธันวาคม 56 เวลา 16:12:49 น.

สามารถแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นค่ะ
สมัครสมาชิก / Login เข้าสู่ระบบ
คำค้นหา
7 วิชาสามัญ ,อาเซียน admission 55 , clearing house , gat pat 55 , กสพท ,asean การศึกษากับ ASEAN , การศึกษาไทย ประชาคมอาเซียน ข่าวการศึกษา , ค่าย , เคลียรริ่งเฮาส์ ประวัติอาเซียน โควต้า มช , จุฬา , ทุนการศึกษา , เพชรยอดมงกุฎ , แพทย์ , ม.ขอนแก่น , ม.ทักษิณ , ม.เทคโนโลยีสุรนารี , ม.ธรรมศาสตร์ , ม.นเรศวร , ม.พะเยา , ม.แม่ฟ้าหลวง 55 , ม.รังสิต 55 , ม.ศิลปากร , ม.อุบล , มข ,โรงเรียน , มช , มมส 55 , มศว , มหาวิทยาลัยนเรศวร , มอ , แม่ฟ้าหลวง , รับตรง , รับตรง เกษตรศาสตร์ 55 , รับตรง มช , รับตรงศิลปากร , ราชมงคลธัญบุรีรับตรง55 ,AEC เรียนต่อ , เลื่อนเปิดเทอม , เลื่อนรับตรง , วันพ่อแห่งชาติ , เว็บไซต์โรงเรียน , สทศ , สทศ 7 วิชา , สวนสุนันทา 55 , สอท , ความคิดสร้างสรรค์ , สอบตรง 55 , อ.วิริยะ , แอดมิชชั่น , เว็บไซต์หน่วยงานราชการ