พบครูเป็นหนี้ 1.1 ล้านคน!!

UploadImage 


          นส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ปลัดศธ.)กล่าวภายหลังประชุมเรื่องสวัสดิการและการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูร่วมกับคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)สำนักงานคณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.)สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และสหกรณ์ออมทรัพย์ครู  โดยมีนายสุชาติ ธาดาธำรงเวชรมว.ศธ.เป็นประธาน ว่า จากการที่นำข้อมูลครูและหนี้สินครูไปรายงานต่อนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมานั้น พบว่าข้อมูลต่าง ๆยังไม่ตรงกันโดยล่าสุดภาพรวมครูมีหนี้สินค่อนข้างชัดเจนแล้วคือ จำนวน 1,100,000 คนรวมหนี้สินประมาณ 8 แสนล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้ก็ยังไม่ชัดเจนนักดังนั้น ทั้ง 4 หน่วยงานจะร่วมกันทำเป็นแผนงานหรือฐานข้อมูลให้ชัดเจนขึ้นเพื่อรายงานถึงการปฏิบัติงานตามนโยบายที่รัฐบาลให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูนั้น ทางกระทรวงศึกษามีโครงการอะไร  ทำแผนปฏิบัติงานอย่างไรรวมครูในสังกัดกระทรวงศึกษาฯที่มีหนี้สินจำนวนกี่คนมีหนี้อยู่ที่ใดบ้างและเป็นวงเงินเท่าใด และจะแก้ไขได้อย่างไรรวมถึงเริ่มต้นและสิ้นสุดอย่างไรด้วย
 
          ปลัด ศธ. กล่าวต่อว่าสำหรับแนวทางปลดเปลื้องหนี้สินครู นั้น รมว.ศธ.มีหลักการโดยการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ และหาความช่วยเหลืออื่น ๆ รวมถึงให้ดำเนินการในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมครู และพัฒนาคุณภาพชีวิต อบรมความเป็นอยู่ที่พอเพียงยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง กินน้อยใช้น้อยซึ่งขณะนี้โครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมทุกหน่วยงานที่ร่วมประชุมก็มีอยู่แล้วโดยในส่วนของ สกสค.เองมีงบฯอยู่ 27 ล้านบาท และได้กำหนดไว้หลายโครงการแต่โครงการที่ตรงกับการพัฒนาชีวิตครูนั้นมีงบอยู่เพียง 9 ล้านบาทซึ่งสามารถอบรมครูได้จำนวน 3,000 คนและยังได้รับงบประมาณสนับสนุนจากธนาคารออมสินอีก 5 ล้านบาท ดังนั้นในภาพรวมจะอบรมพัฒนาคุณภาพชีวิตครูในปีนี้ได้ จำนวน 4,000 คนและอาจจะเพิ่มการเรียนรู้ในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมของความเป็นครูเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาทางพระพุทธศาสนาและการทำบัญชีครัวเรือนเข้าไปด้วย
 
          สำหรับในส่วนของ ก.ค.ศ.นั้นมีงบฯอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งก็ยินดีที่จะจัดอบรมพัฒนาครู  และในส่วนของคุรุสภาก็มีงบฯอีกจำนวนหนึ่งเช่นกัน ดังนั้น ก็จะจัดอบรมพัฒนาครู โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มกลุ่มแรกจะพัฒนาผู้ที่มาสมัครเป็นข้าราชการครู ซึ่งในแต่ละปีมีครูมาสมัครประมาณ 1 หมื่นคน  กลุ่มที่ 2 คือการอบรมต่อยอดจากกลุ่มแรกที่เคยอบรมไว้เดิมแต่ให้พัฒนาอบรมเข้มขึ้นกว่าเดิม ส่วนกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มครูประจำการที่อยู่ในหน้าที่แต่ยังไม่เคยอบรมมาก่อน ดังนั้นทางคุรุสภาจะไปดำเนินการอบรมทั้ง 3 กบลุ่มนี้ต่อไป และในส่วนของสหกรณ์ออมทรัพย์นั้น ก็ให้มีการอบรมพัฒนาคุณภาพชีวิตครูเป็นบางครั้งบางคราว
 
          สำหรับในส่วนของการเพิ่มรายได้ของครู นั้นรมว.ศธ.ให้ไปศึกษาว่าครูจะมีรายได้เสริมในทางอื่นได้อย่างไร ซึ่งทางเลขาธิการก.ค.ศ.ก็เสนอว่า ขณะนี้กำลังจะทำเกณฑ์การเพิ่มรายได้โดยครูที่สอนเกิดเกณฑ์(สอนเกิน20ชม.) และให้ค่าตอบแทนครูที่สอนหลายชั้นเรียนซึ่งก็จะทำให้ครูมีรายได้เพิ่ม อย่างไรก็ตามหากทำหลักเกณฑ์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะนำเสนอในที่ประชุมก.ค.ศ.เพื่อให้นำมาเป็นข้อปฏิบัติต่อไป
 

          “ซึ่งท่านรัฐมนตรี ก็เห็นด้วยแต่ก็ถามว่าคงไม่เหนือยเกินไปใช่ไหม เพราะเหมือนทำโอที แต่หากทำไหวและมีเกณฑ์นี้ออกมาก็น่าจะเป็นโอกาสที่ครูจะเพิ่มรายได้มากขึ้น” ปลัดศธ.กล่าว
 
          น.ส.ศศิธารา กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ รมว.ศธ.ยังได้รับปากว่าจะหาแห่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้โดยขณะนี้ภาพรวมทั้งหมดของครูที่มีหนี้สินหากได้ฐานข้อมูลครูที่เป็นหนี้สินแล้วก็จะเสนอว่าดอกเบี้ยควรจะอยู่ที่เท่าใด โดยรมว.ศธ.จะเชิญธนาคารออมสินมาหารืออีกครั้ง เนื่องจากรมว.ศธ.มีความารู้ในเรื่องการเงินการคลังมาก่อนจึงจะช่วยดูในเรื่องนี้ให้เนื่องจากเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูเป็นนโยบายของรัฐบาล รวมถึงปัญหาหนี้สินครัวเรือนตามที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้ในสภาว่าจะดูแล
 
 

 
ขอบคุณหนังสือพิมพ์แนวหน้า

จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด 3,828 คน เขียนข่าวโดย : อติภา พิสณฑ์ เมื่อวันที่ : 10 กุมภาพันธ์ 55 เวลา 14:34:44 น.

สามารถแสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นค่ะ
สมัครสมาชิก / Login เข้าสู่ระบบ